แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Samsung แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Samsung แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

พรีวิวโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S6 มาหาต่อจากนั้น!

มาแล้ว! เปิดตัวพร้อม Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน หน้าจอ 5.1 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ กับกล้อง 16 ล้านพิกเซล จำหน่าย 10 เมษายนนี้
โหมโรงอย่างเป็นทางการไปแล้ว เนื่องด้วย Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงแบบใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นที่ทาง ซัมซุง คิดใหม่ทำใหม่ เลยก็ว่าได้
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแรก ที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ดีไซน์ใหม่ เพราะว่าเปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็น ตัวเครื่องโลหะผสมกระจก อีกทั้งยังบางลงกว่าเดิม จับได้ถนัดมือมากขึ้น ซึ่งก่อนที่ Samsung Galaxy S6 จะเริ่มและวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ เรามาชม พรีวิว Samsung Galaxy S6 กันก่อนว่า มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดนี้ จะน่าใช้กว่าเดิม กับมีดีไซน์ที่สวยขึ้นมากแค่ไหน
มาเริ่มต้นกันที่ ดีไซน์ ของ Samsung Galaxy S6 กันก่อน เพราะรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy S ที่เปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็นตัวเครื่องแบบโลหะผสมกระจก ซึ่งกระจกที่ใช้บน Samsung Galaxy S6 นั้นก็คือ Gorilla Glass 4 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ด้วยว่าปุ่ม Home นั้น ยังคงมี เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 แต่ได้เปลี่ยนวิธีการสแกนใหม่ จากการรูดแล้วลากขึ้น กลายเป็นแตะเพื่อปลดล็อคแทน เรียกได้ว่า สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) โดยมีจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 577 ppi ที่ช่วยทำให้การแสดงผลภาพในที่กลางแจ้ง ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนหน่วยประมวลผล ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) ที่ผลิตโดยสถาปัตยกรรม 14nm รุ่นแรกของโลก พร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB ซึ่งจะช่วยทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง
มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปกันบ้าง เพราะว่า Samsung Galaxy S6 รุ่นนี้ ดูเหมือนว่า ทางซัมซุง จะเน้นเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ ด้วยเหตุที่ใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ทั้งกล้องด้านหน้า พร้อมทั้งด้านหลังนั่นเอง โดยกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Quick Launch ที่ศักยเข้าใช้งานกล้องได้อย่างรวดเร็วในเวลา 0.7 วินาที แค่ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม Home ครับ
เกี่ยวกับใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว เนื่องแต่ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ QHD นั้น คงจะหายห่วงกันไปได้เลย เนื่องจากว่า Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging ด้วยการชาร์จพ่างแค่ 10 นาที แต่ทำเป็นใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
ส่วนบริการน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Samsung Pay บริการชำระเงินลอดมือถือ เรียกได้ว่า น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC และ Magnetic Secure Transmission (MST) จากบริษัท LoopPay ที่ซัมซุงเพิ่งจักเข้าซื้อกิจการไปตราบใดไม่นานมานี้ นอกจากนี้ ยังรับประกันความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Samsung KNOX บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง
แทบแค่การ พรีวิว Samsung Galaxy S6 ในเบื้องต้น ก็คงทำให้ มือถือเรือธงน้องใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ น่าใช้พร้อมกับน่าสัมผัสกันบ้างอย่างแน่นอน ส่วน Samsung Galaxy S6 จะควงคู่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge เริ่มในไทยจนกระทั่งไหร่ พร้อมทั้งจะเคาะสนนราคาเปิดฝาต้นที่เท่าไหร่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไปครับ - phonearena.com
สรุปสเปค ฟีเจอร์ ด้วยกันคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S6
เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องด้วย Samsung Galaxy S6 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้ โหมโรงพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน ตามข่าวลือก่อนหน้านั้นนั่นเอง
เพราะว่าดีไซน์ของทั้ง Samsung Galaxy S6 พร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge นั้นตรงกับภาพหลุดที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ, บอดี้แบบกระจกทั้งด้านหน้า พร้อมด้วยด้านหลัง ที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 นั้น ดูพรีเมียมกว่ารุ่นก่อนหน้ามากเลยทีเดียว
Samsung Galaxy S6 edge
นอกจาก Samsung Galaxy S6 จักชูจุดเด่นในเรื่องของ ดีไซน์ เป็นหลักแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ช่วย ในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นหลัก ทำให้ได้ภาพที่คมชัด พร้อมทั้งสว่างสดใสมากกว่า มือถือรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังรองรับการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ กับ Samsung Pay ระบบการ จ่ายเงินผ่าน NFC พร้อมด้วย Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay ที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการไปตราบไม่นานนี้นั่นเอง
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งกระจกหน้าจอนั้น เป็นแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทางซัมซุง การันตีว่า มีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ พร้อมกับไม่โค้งงออีกด้วย
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7420 ที่ทางซัมซุงพัฒนาเอา เพราะเป็นชิ ปเซ็ตแบบ 64-bit ประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A57 Processor ความเร็ว 2.1 GHz พร้อมกับ Quad-Core Cortex-A53 Processor ความเร็ว 1.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิค Mali-T760 GPU พร้อมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เร่ำลือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB กับ 128 GB ซึ่ง Samsung Galaxy S6 ไม่ทำเป็นเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้ครับ
นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังรองรับ LTE Cat.6, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, NFC, GPS + GLONASS พร้อมด้วย Beidou, IR blaster รวมไปถึงวิทยุ FM radio
รัน Android 5.0 (Lollipop) พร้อม TouchWiz ดีไซน์ใหม่
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วยTouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ที่เรียบง่ายขึ้น พร้อมทั้งน่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อย
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง ซัมซุง ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์แบบ ISOCELL พร้อมทั้งระบบกันภาพสั่นแบบ OIS นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังมาพร้อมกับรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ที่ทางซัมซุง คอนเฟิร์มว่า หมดห่วงเรื่องการถ่ายรูปในที่แสงน้อยไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไฟแฟลชแบบ LED พร้อมทั้ง Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย
ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดกล้องเร็วปาง 0.7 วินาที (Quick Launch) ด้วยการกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง
เปรียบเทียบภาพถ่ายของกล้องด้านหลัง ระหว่าง iPhone 6 Plus พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6
เปรียบเทียบการถ่ายวีดีโอ ระหว่าง iPhone 6 Plus กับ Samsung Galaxy S6
Fast Charging ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh ซึ่งไม่ทำเป็นถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อีกถัดจากนั้น ทำให้ทางซัมซุง ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ Fast Charging ด้วยการชาร์จแค่ 10 นาที แต่เชี่ยวชาญใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง ชาร์จเร็วกว่า Samsung Galaxy S5 ถึง 1.5 เท่า ด้วยกันจนกระทั่งเทียบการชาร์จในระยะเวลาที่เท่ากัน Samsung Galaxy S6 จักอยู่ได้นานกว่า iPhone 6 ถึง 50% ครับ
Samsung Pay ระบบการชำระเงินบนมือถือแบบใหม่
ภายหลังที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการของ LoopPay ไปทันทีที่ไม่นานมานี้ ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่มากับบริษัทดังกล่าว ภายใต้ชื่อ Samsung Pay นั่นเอง เพราะ Samsung Pay รองรับการใช้งานทั้ง Visa กับ Mastercard ซึ่งนอกจากจักจ่ายข้ามเทคโนโลยี NFC แล้ว ยังสามารถใช้งานตัดผ่าน Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay นั่นเอง ทำให้มีร้านค้ารองรับบริการดังกล่าวกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเลยทีเดียว
นอกจาก Samsung Pay จักรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตสร้างผ่านโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังรองรับการจ่ายลอดบัตรเติมเงิน พร้อมด้วยบัตรของขวัญอีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย มี Samsung KNOX พร้อมกับ ARM TrustZone รองรับอีกทีครับ
Samsung Pay จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ ในสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ก่อน เพราะในช่วงแรก รองรับการใช้งานเฉพาะบน Samsung Galaxy S6 ด้วยกัน Samsung Galaxy S6 Edge เท่านั้น
มูลค่า ด้วยกัน วันวางจำหน่าย Samsung Galaxy S6 ในไทย
ในงานโหมโรง ทางซัมซุง ได้ประกาศว่า จักวางจำหน่ายทั้ง Samsung Galaxy S6 พร้อมกับ Samsung Galaxy S6 Edge ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ใน 20 ประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่า มีประเทศใดบ้าง งานนี้ สาวกซัมซุงในไทย คงต้องไปลุ้นกันอีกทีว่า ประเทศไทย จักมีระเบียนอยู่ใน 20 ประเทศแรกหรือไม่ ส่วนราคา ยังไม่มีการเปิดปริปากในงาน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จักมีงานโหมโรง Samsung Galaxy S6 พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6 edge ได้มีข้อมูลค่าของทั้ง 2 รุ่นเปิดปากออกมา ทั้ง 3 ขนาดความจุ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
ค่า Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB :€749 (คาดคะเน 27,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB :€849 (คาดคะเน 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB : €949 (หมาย 34,000 บาท)
ราคา Samsung Galaxy S6 edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB :€849 (เกือบๆ 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB :€949 (ประมาณ 34,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB : €1049 (ราวๆ 38,000 บาท)
ซึ่งราคาข้างต้นนี้ เป็นราคาที่อยู่ในประเทศแถบโซนยุโรป แน่นอนว่า มีราคาที่สูงกว่า ประเทศในแถบเอเชีย อย่างบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าแม้เรามาลอง คำนวณ สนนราคา Samsung Galaxy S6 แบบคร่าวๆ สมมติให้ ราคา Samsung Galaxy S6 เท่ากับ ค่า Samsung Galaxy S5 ตอนโหมโรง ที่ 23,800 บาท
ส่วนค่า Samsung Galaxy S6 edge ให้อ้างอิงจากค่า Samsung Galaxy Note Edge (แต่สมมติให้ถูกกว่า 1,000 บาท) จักสรุป ราคา Samsung Galaxy S6 พร้อมด้วย Samsung Galaxy S6 Edge ในไทย ได้ดังนี้
ค่า Samsung Galaxy S6 ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB มูลค่า 23,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB ราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB มูลค่า 31,800 บาท

สนนราคา Samsung Galaxy S6 edge ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB ค่า 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB ราคา 31,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB มูลค่า 35,800 บาท
อย่างไรก็ดี สนนราคา Samsung Galaxy S6 พร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge ในไทยข้างต้น เป็นการเกือบการเท่านั้น ไม่ใช่มูลค่าครันแต่อย่างใด ต้องติดตามกันถัดไปว่า ซัมซุง ประเทศไทย จะประกาศสนนราคาของทั้ง 2 รุ่น ไว้ที่เท่าใดครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395065/

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 Edge กับ 5 สิ่งที่ลื้ออาจยังไม่รู้ ?

การเริ่ม Samsung  แบบ แพ็คคู่ แม้ดีไซน์พร้อมด้วยฟีเจอร์โดยรวมแทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของ Galaxy S6 Edge อยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่โค้งเอียงลงทั้งด้านซ้ายด้วยกันขวา ซึ่งนอกจากจักเป็นการแสดงเทคโนโลยีด้านจอภาพของ Samsung เองแล้ว Galaxy S6 Edge ยังมีอีก 5 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน ?
1. หน้าจอด้านข้างเสมือนจอที่สอง
Galaxy-S6-edge
หน้าจอที่โค้งเอียงลงมาด้านข้างของ Galaxy S6 Edge ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเลิศหรู แต่มันทำได้เป็นหน้าจอแสดงผลเหรอแจ้งเตือนได้ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถกำหนดแอพพลิเคชันที่ใช้บ่อยครั้ง เหตุด้วยการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
2. แบตเตอรี่กับการทำงานร่วมกับชิปประมวลแบบใหม่ 
แม้ Galaxy S6 Edge จะให้แบตเตอรี่ความจุพ่าง 2600 mAh ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ด้วยชิปประมวลรุ่นใหม่ที่ Samsung ระบุว่าเป็นการออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จะคอยช่วยจัดสรรการใช้พลังงานได้อย่างประสิทธิภาพ รวมไปถึงเป็นการลดการใช้ พลังงาน ส่งผลดีต่อชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น
3. แบตเตอรี่ถอดไม่ได้อีกถัดไป
Galaxy-S6-edge-3
หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือไม่ก็การถอดแบตเตอรี่ในกรณีที่เครื่องค้าง เป็นต้น แต่เหตุด้วยใน Samsung Galaxy S6 Edge หรือไม่ก็ Galaxy S6 จักไม่ทำเป็นถอดแบตเตอรี่ได้อีกถัด ดังนั้นถ้าหากแบตเตอรี่ใกล้จักหมดทางเระบือกที่ช่วยยืดชั่วโมงการใช้งาน คือการใช้ Ultra Saving Mode ไม่ก็การใช้ Power Bank นั่นเอง
4. ตำแหน่งของลำโพง
Galaxy-S6-edge-2
แม้สาวก iPhone จะแอบเหน็บแนมว่าบางส่วนของการออกแบบ Samsung Galaxy S6 Edge หรือ Galaxy S6 จะมีความคล้ายคลึงกับ iPhone 6 / iPhone 6 Plus อาทิ ตำแหน่งลำโพงที่ถูกย้ายถิ่นมาอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพของเสียงที่ดีขึ้นพร้อมด้วย ความดังที่มากขึ้นเช่นกัน
5. Micro SD ไม่มีอีกแล้ว
ความจุภายในของ Samsung Galaxy S6 Edge ไม่ก็ Galaxy S6 เริ่มทำต้นที่ 32 GB, 64 GB ด้วยกัน 128 GB ตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คู่กับตระกูล Galaxy S มาเพราะว่าตลอดนั่นคือ micro SD ด้วยว่าการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ทาง Samsung ได้ตัดสิ่งนี้ออกไป พร้อมกับยกเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Universal Flash Storage หน่วยความจำใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพราะว่า Samsung ช่วยให้การอ่านไม่ใช่หรือเขียนข้อมูลทำได้เร็วพร้อมด้วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Samsung Galaxy S6 Edge เตรียมวางขาย 10 เมษายน ศกนี้
ภาพจาก Wired

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ยอดกำหนดการทำงาน Thailand Mobile Expo 2015 เมื่อวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์

Thailand Mobile Expo 2015 สุดคึกคักรับต้นปี ยอดผู้เข้าชมงาน ด้วยกันยอดเงินสะพัดเติบโตทะลุเป้า
     บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, OPPO, i-mobile, Microsoft, Sony, HTC, LG, Wiko, VIVO และ Huawei ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, DTAC, TrueMove H, TOT พร้อมด้วยบริษัทคู่ค้า จัดงาน Thailand Mobile Expo 2015 ครั้งที่ 20 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อวันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ ที่ลอดมา
     นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดเปรยถึงภาพรวมของการจัดงานThailand Mobile Expo 2015 ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน พร้อมกับยอดเงินสะพัดเติบโตเป็นที่น่าพอใจ ในระดับที่เรียกได้ว่าเกินคาด ด้วยตัวเลขของยอดเงินสะพัดภายในงาน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20% คราวเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน
     ทั้งนี้ทั้งนี้เพราะสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มีค่าสูงยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนจัดงาน ว่ากลุ่มผู้บริโภคจักเทกำลังซื้อไปที่กลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นต้น ไปจนถึงระดับกลางมากกว่า
     แต่ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มสมาร์ทโฟนระดับโหมโรงต้น ไปจนถึงระดับกลางซึ่งมาพร้อมสเปคสุดคุ้มก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้จำนวนยอดเงินสะพัดภายในงานเติบโตได้ดี ทั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดสมาร์ทโฟน ที่ทำให้กลุ่มผู้บริโภคสมรรถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ
     ซึ่งมีสเปคเทียบเท่าสมาร์ทโฟนระดับสูง อาทิหน่วยประมวลผล 64 bit, หน่วยประมวลผลแบบ Octa-core, รองรับการเชื่อมต่อ 4G, RAM 2 GB, กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ฯลฯ ได้ในระดับค่าไม่ถึงหมื่นบาท นอกจากนี้การเปิดพื้นที่จัดแสดงงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับแบรนด์มือถือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
     พร้อมทั้งการเปิดพื้นที่จัดงาน Mobile Game Zone เพื่อตอบรับกระแสของเกมบนสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรง ก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมงานมีมากถึง 6.9 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 20% ทันทีที่เทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน ซึ่งจากการตอบรับที่ดีเหล่านี้ ต้องถือเป็นข่าวดีเพราะคอเกมบนสมาร์ทโฟน ว่าจักได้พบกับ Mobile Game Zone ในการจัดงานครั้งหน้าอย่างแน่นอน
     นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเเล่าลือกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปที่สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย เสริมด้วยเรื่องของวัสดุ, งานประกอบพร้อมด้วยความบางของตัวเครื่อง
     อีกทั้งเทรนด์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่กำลังมาแรงยังส่งผลให้กล้องหน้าของสมาร์ทโฟนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคนำมาพิจารณาร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเโจษจันกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาเป็นอย่างดี ก่อนมาสัมผัส ทดลองเล่นเครื่องแท้จริงภายในงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานซึ่งตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง
     พร้อมทั้งเกี่ยวกับพื้นที่จัดแสดง Gadget Zone ซึ่งทางเราได้เล็งเห็นถึงกระแสความนิยม พร้อมทั้งได้เปิดพื้นที่เพื่อจัดแสดงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงการจัดงานในครั้งนี้เราได้สั่ง Gadget ต่างๆ ที่เพิ่งโหมโรงไปในงาน CES 2015 ปางช่วงต้นปี มาจัดแสดงเป็นที่แรกในประเทศไทย
     ก็เป็นที่น่าดีใจว่า Gadget เหล่านี้ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าชมงาน เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางตลาดของสินค้ากลุ่ม Smart Watch, Wearable Device พร้อมทั้ง Drone ที่น่าจะเติบโตขึ้นไปได้อีก ด้วยกันเป็นที่แน่นอนว่าทางเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับ Gadget Zone ด้วยการสรรหา Gadget ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ มาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในการจัดงานครั้งต่อๆ ไป นายโอภาส กล่าวปิดท้าย
     แล้วพบกันใหม่ที่งาน Thailand Mobile Expo 2015 Hi-End ครั้งที่ 21 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 - 10 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. เป็นต้นไป
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เราจะสามารถปลูกสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีจิตสำนึกได้จริงๆ ในภายภาคหน้าหรือไม่ ???

[บทความพิเศษ] เราจักอาจสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีจิตสำนึกได้นักๆ ในอนาคตไม่ก็ไม่ ???
เชื่อว่าเราๆ ท่านๆ คงจักได้เห็นหุ่นยนต์ที่มีความคิดเป็นของตัวเองกันมาอย่างมากมายจากใน หนังครับ ไม่ว่าจักเป็น Skynet จาก Terminator เหรอจะป๊าเดปป์จาก Transcendence ฯลฯ อีกมากมาย ซึ่งทำให้ใครหลายๆ คนอดคิดไม่ได้ครับว่าในอนาคตนั้นเราจะมีคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิด เป็นของตัวเองหรือไม่ วันนี้เราจักมาไขคำตอบกันครับว่าเรื่องจากภาพยนตร์ Sci-Fi จักกลายมาเป็นความจริงได้อย่างไร
ก่อนที่เราจักไปเรียนรู้กันว่าคอมพิวเตอร์นั้นทำได้ที่จะมีความรู้สึกนึก คิดได้ใช่ไหมไม่นั้น สิ่งแรกที่เราต้องทำความรู้จักก่อนก็คือปัญญาประดิษฐ์ใช่ไหม Artificial Intelligence หรือไม่เรียกสั้นๆ ว่า A.I. ครับ A.I. นั้นคือการพัฒนาโปรแกรมให้ระบบคอมพิวเตอร์มีพฤติกรรมให้เหมือนกับมนุษย์มาก ที่สุดเท่าที่จักทำได้
วิธีการที่จักทำให้คอมพิวเตอร์นั้นมีพฤติกรรมเหมือนกับมนุษย์นั้นเราจะจักทำ การเพิ่มความทำเป็นในการเรียนรู้พร้อมทั้งความรอบรู้ทางประสาทสัมผัสให้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์ก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นจะเลียนแบบมาจากรูปแบบการเรียนรูปกับการตกลงใจของ มนุษย์ครับ A.I. นั้นมีหลายสาขาครับอันประกอบไปด้วย
  • Expert-System หรือไม่ระบบผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นระบบให้คำปรึกษาในการจัดการปัญหา เพราะอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ที่ได้ใส่เอาไว้ในโปรแกรม
  • Neural Network ไม่ใช่หรือระบบจำลองคอมพิวเตอร์ให้ทำได้ทำงานเหมือนกับสมองของมนุษย์ได้(ใช่ไหมอย่างน้อยก็จำลองให้เหมือนมากที่สุด)
  • Genetic Algorithms ไม่ก็ปัญญาประดิษฐ์ที่เอาไว้ใช้เพื่อการสร้างทางเเอิกเกริกกจำนวนมาก รวมไปถึงตกลงใจเเอิกเกริกกทางเลือกระฉ่อนกที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้สำหรับปัญหานั้นๆ
  • Natural Language Processing เหรอการประมวลภาษาธรรมชาติ เป็นการโปรแกรมเพื่อให้คอมพิวเตอร์รอบรู้ที่จักเข้าใจพร้อมทั้งประมวลผลภาษา ธรรมชาติของมนุษย์ เช่นคำพูดไม่ก็ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ฯลฯ แล้วคอมพิวเตอร์รอบรู้ที่จะทำการโต้ตอบได้อย่างเหมาะสมกับภาษานั้นๆ
  • Learning System หรือไม่ระบบการเรียนรู้เป็นระบบที่สร้างขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์สมรรถที่จักทำ การเรียนรู้ได้จากประสบการณ์(ตัวอย่างเช่นคอมพิวเตอร์ศักยเรียนรู้ได้ว่า ขับฝ่าไฟแดงเป็นเรื่องผิด) ภายหลังนั้นคอมพิวเตอร์เก่งที่จะโต้ตอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่าง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม(ตามสิ่งที่เรียนรู้มา)
  • Vision System ใช่ไหมระบบการมองเห็นเป็นระบบที่คอมพิวเตอร์ศักยที่จะทำการบันทึกสิ่งที่มอง เห็น แล้วเก็บไว้ในหน่วยความจำในลักษณะของรูปภาพ ตัวอย่างเช่นระบบวิเคราะห์รอยนิ้วมือ(เทียบกับมนุษย์ก็คือความทรงจำในลักษณะ ที่เป็นรูปภาพ)
  • Robotic ใช่ไหมหุ่นยนต์เป็นการพัฒนาเครื่องจักรกลหรือไม่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เป็นได้ทำ การเคลื่อนไหวได้เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ เพราะการเคลื่อนไหวนั้นจะมีความแม่นยำเที่ยงตรงกว่ามนุษย์หลายเท่า(ด้วยเหตุที่ หุ่นยนต์ไม่มีกล้ามเนื้อให้เกิดความเหนื่อยล้า)
การที่วิชาทางด้านปัญญาประดิษฐ์แยกแผนกของปัญญาประดิษฐ์ไว้หลายๆ ฝ่าย ก็เนื่องมากจากการทำงานพร้อมกับหลักของการเขียนโปรแกรมเหตุด้วยปัญญาประดิษฐ์แต่ละ พวกจะไม่เหมือนกันครับ กับจากข้อมูลข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นถูกจำลองมาจากพฤติกรรม ของมนุษย์แทบทั้งสิน
ปัญหาที่ตามมาก็คือปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้จะทำได้สู้กับพฤติกรรมพร้อมด้วยความ รู้สึกนึกคิดของมนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ ได้หรือไม่ ให้ลองดูจากตารางดังถัดไปนี้ครับ
จากตารางท่านจะเห็นได้ครับว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นไม่ได้มีความเป็นได้เหนือ มนุษย์ไปหมดทุกอย่าง สิ่งหนึ่งที่เป็นทั้งผลดีพร้อมด้วยผลร้ายในเวลาเดียวกันก็คือจิตใต้สำนึกเรื่องของ ความดีงามนั้นปัญญาประดิษฐ์ไม่มีเหมือนมนุษย์เราครับ ตัวอย่างเช่นเรื่องของการลักขโมย มนุษย์เราตราบหมายจะได้ของอะไรสักอย่างที่อยู่ตรงหน้าแต่ว่าของชิ้นนั้นไม่ ใช่ของเรา ด้วยประสบการณ์พร้อมกับคำสั่งสอนรวมไปถึงความรู้ทางด้านกฎหมาย อาจจะทำให้เราใตร่ตรองพร้อมกับตัดสินใจไม่ทำการลักขโมยนั้น
ในทางกลับกันถ้าเป็นปัญญาประดิษฐ์แล้ว การปลงใจเร่ำลือกว่าจักขโมยเหรอไม่ขโมยนั้นมีปัจจัยหลายอย่างซึ่งขึ้นอยู่กับ ว่าปัญญาประดิษฐ์นั้นจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลักขโมยในครั้งนั้นมาก แค่ไหน และคอมพิวเตอร์ก็จักเโจษจันกคำตอบที่ดีที่สุดที่ทำได้ทำการประมวลผลออกมาได้ ซึ่งนั่นอาจจักหมายถึงการขโมยของชิ้นนั้น เป็นต้นครับ(เพราะยังไม่มีกฎหมายที่ใดบนโลกนี้ที่สั่งว่าหุ่นยนต์ลักขโมยแล้ว มีความผิดเป็นต้น)
เมื่อเรามองว่าหน่วยประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเหมือนกับสมองที่ ใช้ในการตกลงใจนั้น สิ่งนี้ก็ไม่ผิดมากนักครับ เพราะตั้งแต่เรามีเครื่องคอมพิวเตอร์มานั้น คอมพิวเตอร์ก็ได้เข้ามาทำงานทางด้านการตกลงใจหลายๆ อย่างแทนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานที่มีความละเอียดไม่ว่าจักเป็นงานทางด้านตัวเลข หรือไม่ก็งานทางด้านการประมวลผลข้อมูล
สิ่งหนึ่งที่คอมพิวเตอร์มีดีกว่ามนุษย์เราก็คือคอมพิวเตอร์ไม่รู้จักเหนื่อย ล้าครับ ซึ่งนั่นทำให้คอมพิวเตอร์ศักยที่จักทำการประมวลผลได้ตลอดเวลาเลยที เดียว(ถ้าเครื่องไม่ร้อนจนไหม้ไปซะก่อน) แต่มนุษย์เรานั้นมีความเหนื่อยล้าจากปัจจัยหลายๆ อย่างเกิดขึ้นดังนั้นเราต้องมีการพักผ่อนครับ
คุณอาจจะแย้มว่าถ้าเรากลัวปัญญาประดิษฐ์ทำผิดก็ให้โปรแกรมไปด้วยว่าสิ่ง ไหนที่ปัญญาประดิษฐ์ทำแล้วจักผิด ซึ่งเรื่องนี้นั้นก็ได้มีการถกเถียงมากมายกันอย่างกว้างขวางครับ ก็เพราะว่าแม้กระทั่งมนุษย์เองแล้วนั้น
การกระทำในเรื่องเดียวกันบางคนอาจจักคิดว่าสิ่งนี้ผิด ส่วนอีกคนอาจจักคิดว่าสิ่งนี้ไม่ผิดก็เป็นได้ สมมติว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูหนัง Sci-Fi บ่อยๆ แล้วหล่ะก็ คุณจักเห็นได้อย่างชัดเจนครับว่าเพราะส่วนมากแล้วหุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์ อยู่ด้วยนั้นจักปฏิบัติตามสิ่งที่จักทำให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด(หรือไม่ก็สิ่ง ที่ดีที่สุด) แม้แต่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เองก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปในเรื่อง นี้ครับ มีทั้งเสียงที่สนับสนุนกับเสียงที่ไม่สนับสนุนครับ
นักวิทยาศาสตร์อย่าง Stephen Hawking นั้นเคยพูดว่าการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันนั้นยังไม่จำเป็นมากนัก ที่เราจะต้องใส่ใจในเรื่องของความกลัวเหมือนอย่างภาพยนตร์ Sci-Fi แต่ในอนาคตถ้าเทคโนโลยีรุดหน้าไปมากขึ้นจนกระทั่งปัญญาประดิษฐ์ได้รับการ พัฒนาจนมีความเก่งที่เท่าเทียมกับมนุษย์เราทั้งทางด้านกายภาพพร้อมทั้งทางด้าน ความคิด เมื่อนั้นปัญญาประดิษฐ์จักศักยที่ทำการพัฒนาความรู้ความศักยของตัวเองต่อ ไปเหมือนมนุษย์ได้
ซึ่งจะทำให้การควบควบคุมปัญญาประดิษฐ์ที่อาจจะอยู่ในรูปแบบของหุ่นยนต์ไม่ใช่หรือ คอมพิวเตอร์นั้นยากขึ้น ท้ายที่สุดแล้วด้วยความอาจในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่มีมากกว่า มนุษย์หลายเท่านักก็จักเอาชนะวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ ได้ครับ
สิ่งที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นในหนัง Sci-Fi นั้นอาจจักเป็นเป็นแน่แท้ขึ้นมาในอนาคตครับ เนื่องจากว่าวงการของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์นั้นก้าวไปเร็วมาก ในปัจจุบันเราอาจที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำเป็นที่จักพูดคุยติดต่อสื่อสาร กับเราได้อย่างรู้เรื่อง ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวที่ไหน
คุณลองมองไปที่สมาร์ทโฟนของคุณเองก็ได้ครับ ถ้าเป็น iOS ก็จักมี Siri ที่สามารถคุยกับเราได้ ส่วนระบบ Android ก็มี Google Now เกี่ยวกับ Windows Phone เองนั้นก็มี Cortana สิ่งต่างๆ เหล่านี้เหมือนอาจจักพึ่งตั้งต้นต้นมาได้ไม่นานนักแต่ความเร็วในการพัฒนาของ ระบบต่างๆ เหล่านี้นั้นไปได้รวดเร็วกว่าที่เราๆ ท่านๆ คิดไว้มาก(ดูง่ายๆ ครับ iPhone พึ่งมีรุ่นที่ 6 ไปไม่นาน ก็ยังเก่งขนาดนี้) นี่ยังไม่รวมไปถึงเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ที่นับวันจะมีการจำลองมาจากการ เคลื่อนไหวแน่ๆๆ เข้าไปจนหุ่นยนต์ริเริ่มเคลื่อนไหวได้เหมือนกับมนุษย์เราแล้ว(แต่ดีกว่าตรงที่ ไม่รู้จักเหนื่อย)
แม้จะพูดไปแล้วทุกวันนี้มนุษย์ชาติก็เหมือนกับกำลังก้าวอยู่ในระดับทารก เพื่อที่จะสร้างระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิดได้เองครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดก็คือเรื่องของ Google ที่จนกระทั่งเกือบ 2 ปีก่อนนี้ทาง Google ได้มีการพยายามทำโปรแกรมที่จักจัดเรียงรูปแบบของข้อมูลที่เหมือนๆ กัน
แต่ทว่าโปรแกรมนั้นต้องดูไฟล์วีดีโอบน Youtube เป็นล้านๆ ไฟล์ถึงจักเชี่ยวชาญระบุแมวได้ถูกต้องแค่ 70% ในขณะที่มนุษย์เรานั้นเก่งที่จะจำแนกได้พ่างการดูสร้างผ่านประสบการณ์ไม่กี้ ครั้งเท่านั้น ดังนั้นคงต้องใช้เวลาอีกนานครับกว่าที่คอมพิวเตอร์ที่มีปัญญาประดิษฐ์นั้นจะ สามารถมีจิตใต้สำนึกเองได้
หมายเหตุ - มีนักสังคมศาสตร์บางคนชี้แจงว่าโดยปกตินั้นมนุษย์เองก็มีความสลับซับซ้อนใน พฤติกรรมอยู่มากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่เราจะจำรองระบบที่มีแต่ถูกไม่ใช่หรือผิดให้เป็นได้ที่จัก ตัดสินใจไม่ใช่หรือมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ได้ครับ แต่ว่าในอนาคตนั้นอะไรก็เป็นไปได้ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Samsung Galaxy S5 ออกตัวแป้กมากมายก่ายกอง! ยอดขายเสื่อมลงกว่าเป้าถึง 40%




ดูเหมือนปีนี้จักเป็นปีชงนักๆของ Samsung ก็เพราะว่าอะไรๆก็ดูจักแย่กว่าที่คิดไว้ไปหมด หลังจากที่ Galaxy S5 มือถือเรือธงของ Samsung ที่ได้เปิดตัวมา 9 เดือนแล้ว แต่ก็ยังทำยอดขายกลับไม่สู้ดีเท่าไรนัก ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 40%เลยทีเดียว


ในช่วง 3 เดือนแรกของการเปิดตัว Samsung Galaxy S5 ทำได้ทำยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 12 ล้านเครื่อง ซึ่งดูเผินๆก็เป็นตัวเลขที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่ขณะเทียบกับยอดขายของ Galaxy S4 ใน 68 วันแรกหลังการเริ่มนั้นทำได้สูงถึง 20 ล้านก็คงต้องยอมรับว่า Galaxy S5 ล้มเหลวครั้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆหน้า

ในหลายๆตลาดขณะนี้ ยอดขายของ Samsung Galaxy S5 ก็ค่อยๆลดลงมาเรื่อยๆ เช่น ในประเทศจีน ที่มีความต้องการใน Galaxy S5 นั้นตกลงมามากถึง 50%

แน่นอนว่า Samsung ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ายอดขาย Samsung Galaxy S5 จักย่ำแย่ได้ถึงขนาดนี้ ถึงกับต้องหันมาปรับกลยุทธ์เป็นการใหญ่ตามที่ข่าวได้ออกมาก่อนหน้านี้ว่าทาง Samsung จะทำการลดจำนวนรุ่นของ Smartphone ที่จักผลิตนับจากนี้ไป รวมถึงลดค่าพร้อมด้วยใช้จ่ายต่างๆลงด้วย

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393005

ติดตามข่าวมือถือซัมซุง โทรศัพท์มือถือ กาแลกซี่s5 ใช่ไหมอื่นๆ ได้ที่ :http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Samsung เปิดตัวอย่างเป็นทางการ Galaxy A5 และ Galaxy A3 สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นทางการแล้ว


โดยทั้ง 2 ตัว นั้นเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Samsung’s A Series ลักษณะการดีไซน์และวัสดุเหมือน Galaxy Alpha ที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปก่อนหน้า



หากใครยังพอจำได้ไม่นานทางทีมงาน  เคยได้นำเสนอข่าวหลุด ความเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นโดยตลอดและยังเคยแอบกัด Galaxy Alpha แบบเบาๆ ไปด้วย

ล่าสุด ซัมซุง ได้มีการเปิดตัว Samsung Galaxy A5 และ Samsung Galaxy A3 อย่างเป็นทางการไปแล้วครับ เบื้องต้นนั้นทางซัมชุงได้โชว์ว่าสมาร์ทโฟน Galaxy A ทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความบางที่สุดของ Samsung ในตอนขณะนี้



Samsung Galaxy A5 มีคุณสมบัติเบื้องต้นดังต่อไปนี้ มีหน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล ตัวเครื่องเป็นกรอบโลหะเช่นเดียวกับ Galaxy Alpha กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้อง ด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 400, หน่วยความจำภายในอยู่ที่ขนาด 16 GB , ชนิดแบตเตอรี่ 2,330 mAh, ระบบ  Android 4.4 KitKat



ส่วน Samsung Galaxy A3 นั้นมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้ ส่วนของหน้าจอนั้น Galaxy A3  จะมี หน้าจอใหญ่ขนาด 4.5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 540 x 960 พิกเซล (เล็กกว่า Samsung Galaxy A5)ตัวเครื่องเป็นกรอบโลหะเช่นเดียวกัน ตัวเครื่องมีขนาด 130.1 x 65.5 x 6.9 มม., หน่วยประมวลผลในเครื่องแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz, หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 64 GB ส่วนของกล้องนั้นยังคุณสมบัติเหมือน Galaxy A5 ครับ และ รัน Android 4.4 KitKat



โดยทั้งนี้ Samsung Galaxy A5 และ Samsung Galaxy A3 จะเริ่มมีการวางจำหน่ายที่ประเทศจีนเป็นประเทศแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับราคาอย่างเป็นทางการนั้นยังไม่มีการเปิดเผยแบบแน่ชัด แต่หากคำนวนจากกระแสข่าวลือที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้นั้นทั้ง 2 รุ่นน่าจะมีราคาน่าจะอยู่ระหว่าง $350 to $500

ที่มา:http://thaizones-hitech.blogspot.com/



วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

ยื่น Samsung Galaxy A5 ว่าที่สองผู้น้อง Alpha

โผล่ Samsung Galaxy A5 ว่าที่แฝดผู้น้อง Alpha
Samsung Galaxy A5 - กำลังเป็นทข่าวที่น่าสนใจพอสมควรบนโลกออนไลน์ก็เพราะว่าอยู่ภาพหลุดที่ถูกอ้างว่าเป็นภาพของ Samsung Galaxy A5 สมาร์ทโฟนภาคต่อของ Samsung Galaxy Alpha ซึ่งครั้งนี้ยังไม่ได้มีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิคำถาม Samsung Galaxy A5 มาจากไหน โดยภาพที่กำลังเป็นข่าวนั้น มีลักษณะการดีไซน์ใกล้เคียงกับ Galaxy Alpha มากพอสมควรเรียกได้ว่าฝาแฝดเลยก็ได้
ซึ่ง Samsung Galaxy A5 อาจจะถูกส่งออกมาเพื่อรองรับลูกค้าระดับกลางซึ่งเน้นหรูหราแต่ราคาไม่แพง จากภาพที่เป็นนั้นคาดว่า Galaxy A5 จะมาหร้อมกับหน้าจอทีใหญ่ถึง 5 นิ้ว HD Super AMOLED (ขนาดหน้าจอแอบใหญ่กว่า Galaxy Alpha นิดหน่อยเพราะมีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว) รองรับระบบปฎิบัติการ Android 4.4.4 ส่วนของหน่่วยประมวลผลนั้นคาดกว่าจักเป็น Snapdragon 400 หรือ Exynos 5433 แล้วแต่ประเทศที่วางจำหน่าย
ในส่วนของตัวกล้องนั้นกล้องหน้าจักมีขนาดความละเอีดด กล้องกล้องดิจิตอลด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล กล้องดิจิตอลด้านหลังหลังมีความละเอีดยสูงถึง กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล มากกว่า Galaxy Alpha ที่มีกล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12 ล้าน Pixels มีหน่วยความจำภายใน 16 GB อาจเพิ่มได้(MicroSD)
สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่มากับดีไซน์หรูหรา งดงาม พร้อมขอบที่ทำจากโลหะแต่เบาด้วยค่า สมมตมีความเคลื่อนไหนเพิ่มเติมทางเหล่างาน Sanook! Hitech จักนำมาอัพเดทเพิ่มเติมครับ
ข้อมูลสเปคอย่างเป็นทางการของ  Samsung Galaxy Alpha อ่านนิดก่อนตัดสินใจซื้อ
 
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com
Hitech Gallery

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

การบินไทยออกระเบียบข้อความสำคัญการนำ Powerbank ขึ้นเครื่องบิน !!

การบินไทยออกกฎเรื่องการนำ Powerbank ขึ้นเครื่องบิน !!
เพื่อความเข้าใจในกฏดังกล่าวทางสายการบินไทยจึงได้จัดทำ Infographic เกี่ยวกับการนำ Powerbank ขึ้นเครื่องบิน ซึ่งผู้เพราะว่าสารสมรรถพกแบตเตอรี่สำรองได้แบบมีความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 20,000 mAh  ไปจนถึงความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 32,000 mAh  ไม่เกิน 2 ก้อน ขึ้นเครื่องได้ และต้องใส่กระเป๋าเล็กหรือไม่ก็พกติดตัวขึ้นเครื่อง ซึ่งในการออกกฎครั้งนี้เนื่องก่อนหน้านี้เคยมีเคสในต่างประเทศว่า Powerbank จัดเป็นวัตถุอันตราย ถึงขั้นไม่เป็นได้นำ Powerbank ขึ้นเครื่องได้ในบางสายการบิน
ขณะเดียวกันยังเคยเกิดเหตุการณ์ Powerbank ลุกไหม้ในสายการบินต่างชาติมาแล้ว จึงออกมาตรการนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบิน ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกฏมาตรฐานความปลอดภัย( IATA ) พร้อมทั้ง  Powerbank ก็จัดเป็นวัตถุอันตรายด้วย เพราะว่าแบตลิเธียมทันทีที่เกิดความร้อนสูงเกินไป ทำเป็นนำไปสู่การติดไฟได้เช่นกัน
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

5 วิธีประหยัดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตแบบง่ายๆ

5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ
อุปกรณ์ไอทีกาลยุคนี้ล้านแต่นิยมการใช้งานแบบไร้สายทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็ต้องหมายความว่าบนอุปกรณ์เหล่านั้นต้องติดตั้งแบตเตอรี่อยู่ภายใน ซึ่งตัวโน้ตบุ๊คเองก็จัดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่นำติดตัวไปใช้งานนอกสถานที่ได้เพราะว่าสะดวก แต่มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ว่าเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องนั้นๆ จักเป็นได้ใช้งานต่อเนื่องได้นานกี่ชั่วโมงซึ่งใครๆ ก็ตะกลามจักประหยัดแบต โน๊ตบุ๊ค ให้ใช้งานต่อเนื่องให้ได้นานที่สุดแน่นอน เพราะในปัจจุบันระบบปฏิบัติการ Windows 8 ได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการประยัดพลังงานแบตเตอรี่ เพราะอุปกรณ์ใช้ Windows 8 ก็จักมีโน้ตบุ๊คอย่างที่เราๆ ใช้กันอยู่ รวมไปถึงแท็บเล็ตแบบใหม่ๆ ที่ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 8 ด้วย
ในบทความนี้ทางกรุ๊ปงาน NotebookSPEC จักมานำเสนอ 5 วิธีแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8 แบบง่ายๆ โดยมีดังถัดนี้
1. อัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
ในการทำงานของคอมพิวเตอร์หลักๆ แล้วประกอบไปด้วยส่วนของฮาร์ดแวร์พร้อมกับซอฟต์แวร์ แน่นอนว่าถ้าทั้ง 2 อย่างทำงานร่วมกันด้วยดี ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพเพราะว่ารวมของเครื่องดีขึ้นด้วย ฉะนั้นในการอัพเดท Windows 8 ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ ก็จักช่วยให้ซอฟต์แวร์ของเรามีการปรับปรุง แก้ไข Bug ขจัดขอบกพร่องต่างๆ
2. ตั้ง Power Option ให้เหมาะสม
ตั้งค่าที่ส่วนของ Power Option เพราะว่าให้เราคลิกซ้ายที่รูปแบตเตอรี่ตรง Taskbar ฝั่งขวามือแล้วเเลื่องเลื่องกที่คำสั่ง More power options ที่เป็นคำสั่งล่างสุด จากนั้นจักมีแถบช่องให้เฟุ้งเฟื่องกเป็น Balance คือใช้พลังงานแบบปกติไม่ใช่หรือไม่ก็ Power Saver ที่เป็นฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานของโน้ตบุ๊ก
3. ความสว่างหน้าจอก็สำคัญ
ตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้พอดีต่อการใช้งาน ก็เพราะว่าว่าหน้าจอเป็นส่วนที่สิ้นเประบือกระฉ่อนงพลังงานมากที่สุดเพราะว่าว่าโน้ตบุ๊ก ดังนั้นเวลาเราจักนำไปใช้งานนอกสถานที่ล่ะก็ควรปรับตั้งความสว่างหน้าจอให้สว่างกำลังดี ไม่มืดจนเกินไปเพื่อยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น รวมไปถึงโน้ตบุ๊กใครที่มีไฟคีย์บอร์ด Backlit ก็ปิดใช่ไหมเปิดให้สว่างพอดีก็ช่วยได้นะครับ
4. ปิดการทำงานบางส่วน
ปิดการทำงานของอุปกรณ์บางชิ้นที่เราไม่ได้ใช้งาน เช่นปริ้นเตอร์หรือว่าว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อเสริมบางตัว เพราะว่าเราเก่งปิดการทำงานได้ที่ Device Manager ก็เพราะว่าว่าคลิกขวาที่ My Computer แล้วเเลื่องก Properties จักมีคำสั่ง Device Manager อยู่ที่แถบฝั่งซ้ายมือที่คำสั่งแรกสุด (เวลาจะปิดใช้งานอุปกรณ์ไหนก็อ่านดีๆ ก่อนนะ!)
5. เก็บแผ่น ปิด Bluetooth, Wi-Fi ถ้าไม่จำเป็น
งดการใช้แผ่น CD เพื่อประหยัดพลังงาน ก็เพราะว่าการดูหนังฟังเพลงพ้นแผ่น CD จะทำให้ตัวเครื่องดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้มากขึ้น ทำให้สิ้นเปเอิกเกริกงพลังงานมากกว่าเดิม รวมไปถึงปิดการใช้งาน Bluetooth, Wi-Fi ของเครื่องด้วย ถ้าสมมติไม่ได้ใช้งานขณะนั้น
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com